คู่มือประชาชน

  • PDF

คู่มือประชาชน

การแจ้งข่าวอาชญากรรม สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท

1. การแจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ ช่วยกันจับตาดูแลสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยดังนี้

  • ผู้มักมีพฤติกรรมการลักเล็กขโมยน้อย หรือ ลักโค กระบือ
  • อันธพาล นักเลง
  • ผู้ติดยาเสพย์ติดผิดกฎหมาย เช่น ฝิ่น กัญชา เฮโรอีน สารระเหย
  • มือปืนรับจ้าง
  • บุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
  • แหล่งซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย หรือ รับซื้อของโจร
  • แหล่งค้ายาเสพย์ติด
  • แหล่งล่อลวงหญิงค้าประเวณี หรือ ทารุณกรรม
  • แหล่งกักขัง ใช้แรงงานเด็ก หรือใช้แรงงานคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

2. การแจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ

  • แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หากได้พบเห็นบุคคลเป็นผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดจดจำลักษณะ ตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะของผู้นั้น
  • ให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ไม่บิดเบือน เพื่อผลการดำเนินงานสอบสวนติดตามผลจะได้ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว
  • ถ้า เหตุร้ายมีผลต่อสาธารณชน เช่น อัคคีภัย ควรแจ้งตำรวจดับเพลิงหรือกรณีที่พบอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วนแล้วช่วยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ

การแจ้งความต่างๆ

         เมื่อ ประชาชนประสบเหตุเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม หน่วยงานสำคัญที่จะเป็นที่พึ่งได้ในยามเกิดปัญหาคือ สถานีตำรวจ ตามกฎหมายได้ให้สิทธิแก่ประชาชนในการร้องทุกข์หรือแจ้งความเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงกำหนดหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องเอาใจใส่ต่อคำร้องทุกข์ของประชาชน จะละเลยไม่ไดสงสัยหรือเปล่าล่ะว่า แจ้งความ กับ แจ้งเหตุ ต่างกันอย่างไร้

การแจ้งความ คือ เมื่อเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ ก็ควรช่วยเหลือสังคมด้วย แจ้งเหตุการณ์ที่เห็นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที

การแจ้งเหตุ คือ เมื่อเรามีเรื่องทุกข์ร้อน และนำเรื่องนั้นไปแจ้งหรือร้องทุกข์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว มันจะกลายเป็นคดีความระหว่างเราซึ่งเป็นผู้เสียหายกับคู่กรณี ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีปฏิบัติ รวมทั้งการเตรียมเอกสารในเรื่องที่จะแจ้งความนั้นให้พร้อม เพื่อจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

แจ้งความเอกสารสำคัญหาย

     เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ จักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน ใบสำคัญต่าง ๆ ฯลฯ มีขั้นตอนดังนี้ คือ ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหายต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าพนักงานจะตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แล้วลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งออกหลักฐานการแจ้งความเอกสารหายเพื่อให้ท่านนำไปยังหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องสำหรับดำเนินการต่อไป

แจ้งความคนหาย  หลักฐานต่าง ๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ

  • บัตรประจำตัวผู้หาย หรือสำเนาบัตรที่ถ่ายเก็บไว้ (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้หาย
  • ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายปัจจุบัน)
  • ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน ใบกองหนุน)

 

แจ้งความรถหรือเรือหาย  หลักฐานต่าง ๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ

  • ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือ พาหนะอื่น ๆ ที่หาย
  • ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
  • ถ้า เป็นตัวแทนห้างร้าน บริษัท ผู้ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของห้างร้าน บริษัทนั้น ๆ ไป รวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย
  • หนังสือคู่มือประจำตัวรถที่ทางบริษัทห้างร้านออกให้ ถ้าไม่มีก็ให้จำสีรถ แบบ ยี่ห้อ หมายเลขประจำเครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี)
  • หากมีภาพถ่ายรถหรือเรือที่หายให้นำไปด้วย

 

แจ้งความอาวุธปืนหาย ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

  • ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
  • ใบเสร็จรับเงินที่บริษัทห้างร้านขายปืนออกให้ (ถ้ามี)
  •  ภายถ่ายปืนที่หาย (ถ้ามี)

 

แจ้งความทรัพย์สินหาย ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

  • ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขายทรัพย์สินนั้น
  • รูปพรรณทรัพย์สินนั้น ๆ เช่น หมายเลขเครื่อง ฯลฯ (ถ้ามี)
  • ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่าง ๆ
  • เอกสารสำคัญต่าง ๆ เท่าที่มี
  • ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่าง ๆ
  • ภาพถ่ายของทรัพย์สินที่หาย (ถ้ามี)
  • ใน กรณีที่คนร้ายขโมยทรัพย์สินในบ้านหรือสำนักงาน ให้รักษาร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ใครเข้าไปเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาดำเนิน การ

 

แจ้งความพรากผู้เยาว์

      ผู้เยาว์ คือ ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ ข้อหาพรากผู้เยาว์เป็นอย่างไร คงจำกันได้ดีถึงกรณีพิพาทอื้อฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ระหว่างนักร้องหญิงวัย รุ่นกับแม่ของเธอ เรื่องมันก็มีอยู่ว่าสาวเจ้าเล่นประกาศปาว ๆ จะอยู่กินกับแฟนหนุ่ม แถมท้องได้ 4 เดือนเสียด้วย ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เล่นเอาคุณแม่ต้องวิ่งโร่ไปแจ้งความกับตำรวจในข้อหาที่แฟนหนุ่มนั้นพรากผู้ เยาว์น่ะสิ เห็นชัดแล้วใช่มั้ยว่าการพรากผู้เยาว์เป็นอย่างไร ใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เวลาจะขึ้นโรงพักไปแจ้งตำรวจ ก็อย่างลืมเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เยาว์
  • ใบเกิดของผู้เยาว์ (สูติบัตร)
  • รูปถ่ายของผู้เยาว์
  • ใบสำคัญอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี)

 

แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา  ควรเตรียมหลักฐานดังนี้
  • เสื้อผ้าของผู้ถูกข่มขืน ซึ่งมีรอยเปื้อนอันเกิดจากการข่มขืน และสิ่งของต่าง ๆของผู้ต้องหาที่ตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหาย
  • รูปถ่ายหรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยตลอดจนหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)

 

แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย  ดำเนินการดังนี้

  • รักษาสถานที่เกิดเหตุไว้อย่าให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ ต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ
  • ดูแลรักษาอาวุธของคนร้ายหรือพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
  •  บอกรายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่สามารถบอกได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ

 

แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร  นำหลักฐานต่าง ๆ ไปดังนี้
  • ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส. 3 หนังสือสัญญา ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ
  • หนังสือที่ปลอมแปลง
  • ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับหรือลายเซ็นในหนังสือ

 

แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์ เตรียมหลักฐานดังนี้

  • หนังสือหรือหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง
  • หลักฐานแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์
  • หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์


แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์  เตรียมหลักฐานดังนี้

  • หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้ไปจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ
  • สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม


แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์ในส่วนที่เกี่ยวกับการเช่าซื้อ  เตรียมหลักฐานดังนี้

  • สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา
  • ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืม หรือ ฝาก
  • สำเนาหรือคำสั่งศาล ใบสำคัญที่บริษัทห้างร้านออกให้โดยระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาด น้ำหนักและเลขหมายประจำตัว

 

แจ้งความกรณีทำให้เสียทรัพย์  เตรียมหลักฐานดังนี้

  • หลักฐานต่าง ๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์นั้น
  • หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้
  • หาก เป็นของใหญ่โต หรือทรัพย์ที่ไม่สามารถพกพาติดตัวได้ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดความเสียหาย มากขึ้นกว่าเดิม หรือจัดให้คนเฝ้ารักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

 

แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน  ควรเตรียมหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังนี้
  • เช็คที่ยึดไว้
  • หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฏิเสธการจ่ายเงิน (ใบคืนเช็ค)
  • หลักฐานหรือเอกสารซึ่งเป็นมูลหนี้แห่งที่มาของการจ่ายเช็ค เช่น

 1. บิลส่งสินค้ากรณีที่มีการซื้อขายกัน , หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน

 2. สัญญาซื้อขาย หรือเอกสารอื่นใดที่เป็นหลักฐานแห่งมูลหนี้ของการจ่ายเช็ค

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้แจ้ง
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง
  • หนังสือมอบอำนาจติดการแสตมป์ถูกต้อง

กรณี เป็นเช็คของบริษัท หรือมีการมอบอำนาจ จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม คือ

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ
  • เอกสารเกี่ยวกับตัวผู้จ่ายเช็ค (ถ้ามี)

การชำระค่าปรับ

เมื่อ เราทำผิดกฎจราจร และได้รับใบสั่งสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ สามารถเลือกปฏิบัติในการชำระค่าปรับตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในใบสั่งของเจ้า พนักงานจราจร ณ สถานที่และภายในวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่งได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

      1.ชำระที่สถานีตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจที่ออกใบสั่งนั้น

      2.ชำระ ณ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดก็ได้

กรณี ผู้ได้รับใบสั่งไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 หรือข้อ 2 ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท อีกข้อหาหนึ่งต่างหาก

อัตราปรับ

ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะของเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้ออกข้อกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ แบบใบสั่งและกำหนดค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ โดยได้กำหนดค่าปรับของแต่ละข้อหาไว้ให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่จราจรถือ ปฏิบัติ ฉะนั้นการจะไปชำระที่สถานีตำรวจหรือชำระทางไปรษณีย์จะต้องชำระค่าปรับใน อัตราเดียวกัน

ขั้นตอนการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

1.ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องถ่ายเอกสารใบสั่งทั้ง 2 หน้า โดยกรอกข้อความในสำนาใบสั่งในส่วนของ บันทึกของผู้ต้องหาให้ครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อ (ใบสั่งตัวจริงเก็บไว้เป็นหลักฐาน)

2.ไปที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดก็ได้พร้อมแจ้งความจำนงว่าจะชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

3.เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะมอบใบฝากธนาณัติในประเทศและซองจดหมายจำนวน 2 ซอง เพื่อดำเนินการดังนี้

  • กรอกรายละเอียดในใบฝากส่งไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศสั่งจ่าย ผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติณ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง
  • จ่า หน้าซอง โดยซองแรกให้จ่าหน้าถึงหัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้าหน่วยงานตำรวจที่ออกใบ สั่ง และซองที่สองให้จ่าตามชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของงานตำรวจที่ออกใบ สั่ง และซองที่สองให้จ่าตามชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถที่ได้กรอกไว้ใน สำเนาใบสั่งส่วนของ บันทึกผู้ต้องหาตามข้อ 1 เพื่อจะส่งใบเสร็จรับเงินและใบอนุญาตขับขี่ (หากถูกยึด) คืนให้
  • มอบ เอกสารตามข้างต้นให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ พร้อมชำระค่าปรับจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่งและเงินค่าใช้บริการตามที่ที่ทำการ ไปรษณีย์เรียกเก็บ
  • เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะตรวจความถูกต้องและดำเนินการให้ต่อไป


การใช้ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่เป็นการชั่วคราว

     1.ใบรับแทนใบอนุญาต (ใบสั่ง) ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ยึดไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ออกใบสั่ง

     2.กรณี ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเลือกหรือมีความจำเป็นต้องใช้วิธีการชำระค่าปรับทาง ไปรษณีย์ธนาณัติ จะต้องดำเนินการภายใน 7 วัน จึงสามารถใช้ใบรับแทนใบอนุญาต (ใบสั่ง) ประกอบกับใบรับการส่งธนาณัติแทนใบอนุญาตขับขี่ออกไปได้อีก 10 วัน นับแต่วันที่ส่งธนาณัติ

จะได้รับใบอนุญาตขับขี่คืนเมื่อใด

สำนัก งานตำรวจแห่งชาติและการสื่อสารแห่งประเทศไทย จัดทำข้อตกลงระหว่างกันเพื่อให้บริการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษใน ประเทศ (EMS) ฉะนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจออกใบสั่ง ได้รับเงินตามธนาณัติแล้วจะต้องส่งคืนใบเสร็จรับเงินและใบอนุญาตขับขี่ (หากถูกยึด) คืนให้โดยเร็ว

 

กิจธุระที่ต้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     1.การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราว

  • ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่
  • ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย (ถ้ามี)
  • เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.
  • สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร จะต้องยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่เป็นผู้พิจารณาอนุญาต
  • ส่วนในต่างจังหวัด จะต้องยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ และเมื่อนายอำเภออนุญาตแล้วจะแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบ

    2.การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง

  • สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครต้องยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต
  • ส่วน ในต่างจังหวัดต้อง ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่เพื่อลงความเห็นแล้ว ส่งกลับไปยังเขตหรืออำเภอเพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป

    3.การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิง

  • สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครต้องยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้อนุญาต
  • ส่วนในต่างจังหวัดให้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่

   4.การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน

      สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้

  • กรุงเทพมหานครยื่นต่อผู้บังคับการกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ลาดพร้าว)
  • ต่างจังหวัดยื่นต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ

หลักฐานสำหรับประกอบการพิจารณา ที่ต้องนำไปมีดังนี้

    1.บัตรประจำตัวประชาชาหรือหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมสำเนา

    2.สำเนาทะเบียนบ้าน

    3.หลักทรัพย์ หลักฐานประกอบอาชีพและรายได้

    4.หนังสือรับรองความเหมาะสม เหตุผล ความจำเป็น นิสัยใจคอ ดังนี้

  • ถ้าเป็นราษฎรทั่วไป ต้องนำพยานบุคคลที่เชื่อถือได้ไปให้คำรับรองเกี่ยวกับความประพฤติและหลักฐานของผู้ขออนุญาตด้วย
  • ถ้า เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือ ลูกจ้าง ต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้บังคับกองพันทหาร รับรองความประพฤติและตำแหน่งหน้าที่การงาน
  • ถ้าเคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ให้นำใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ไปแสดงด้วย

   5.การขออนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัว

สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้

1.ยื่นต่อผู้บังคับการกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ลาดพร้าว) สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ

2.ยื่นต่อนายอำเภอ หรือ ปลัดอำเภอ สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัว      

1.เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอยู่แล้ว

2.เป็นบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้

  • เจ้าพนักงานซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทรัพย์สินของรัฐบาล
  • ข้าราชการ พนักงาน หรือพนักงานองค์กรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่ในการปราบ ปราม หรือการปฏิบัติงานที่เป็นการฝ่าอันตรายหรือเขตทุรกันดาร
  •  บุคคลซึ่งได้ทำประโยชน์อย่างมากให้แก่ทางราชการในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย
  • บุคคลที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนติดตัว เพื่อป้องกันอันตรายจากการประทุษร้าย
  • บุคคลที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นสมควรอนุญาต

หลักฐานการขออนุญาต

    1.สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการเจ้าพนักงานหรือพนักงานองค์การรัฐวิสาหกิจหรือบัตรประจำตัวประชาชน

    2.สำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4)

    3.สำเนาทะเบียนบ้าน โดยที่อยู่ของผู้ขออนุญาตที่ระบุไว้ในทะเบียนบ้านจะต้องตรงกับที่อยู่ในแบบ ป.4

    4.ภาพถ่ายของผู้ขออนุญาต ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 รูป โดยถ่ายหน้าตรงแต่งเครื่องแบบ

    5.กรณี ผู้ขอเป็นข้าราชการ เจ้าพนักงาน หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดว่าเป็นผู้มีความประพฤติ เรียบร้อยมีเหตุผลและความจำเป้นสมควรได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัวได้

   6.กรณี ที่ผู้ขอทำงานอยู่ในธุรกิจเอกชน จะต้องมีหนังสือรับรองจากเจ้าของหรือผู้จัดการธุรกิจนั้น ๆ ว่าผู้ขอเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีเหตุผลและความจำเป็นสมควรได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัวได้

   7.การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน


ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน หากต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

   1.ใบมรณบัตรของผู้ตาย

   2.หนังสือพินัยกรรมของผู้ตาย หรือคำสั่งศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)

   3.ต้องแจ้งขอรับการโอนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับมรดก


การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่าง ๆ  ควรนำหลักฐานเอกสารดังต่อไปนี้แสดงต่อเจ้าหน้าที่

   1.บัตรประจำตัวประชาชน

   2.ทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน

   3.หนังสือ มอบอำนาจ พร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่ผู้ขอมิได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตด้วยตนเอง

   4.โครงการหรืองานที่จะจัดให้มีการเล่นการพนัน (ถ้ามี)

         สำหรับ ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นคำขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันพร้อมเอกสารดังกล่าวต่อนายตำรวจ ชั้นสัญญาบัตรประจำท้องที่ซึ่งดำรงตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป ส่วนในเขตต่างจังหวัดนั้นให้ยื่นต่อนายอำเภอท้องที่หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัว หน้าประจำกิ่งอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ


การขออนุญาตเยี่ยมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ

    พบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ

    แจ้งชื่อผู้ต้องหาที่ต้องการเยี่ยม

    หลังได้รับอนุญาต ให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ตามระเบียบที่กำหนด คือ

              เวลา 08.00 - 09.00 น.

              เวลา 12.00 - 13.00 น.

              เวลา 16.00 - 17.00 น.        อาหารของเยี่ยมของฝากผู้ต้องหา ต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ก่อนเสมอ

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2012 เวลา 12:17 น.

You are here Home